พอร์ตลงทุนในหุ้นขาดทุนหมด กำไรจากดอกเบี้ยต่ำมาก คอมไบน์เรโชเกิน 100% คาดขึ้นเบี้ย ประกันภัยรถยนต์ 5-10%

carrrrrrin
 

     ข่าวจากสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า กำไรจากการลงทุนของบริษัท ประกันภัย ในช่วงนี้หายไปมาก เป็นผลมาจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงขณะนี้ลดลงไปถึง 200 จุด จาก 1,600 จุดเหลือ 1,400 จุด ก่อนที่จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,450 จุด โดยตลาดหุ้นเป็นแหล่งลงทุนหลักของบริษัท ประกันภัย ซึ่งที่ผ่านมาบริษัท ประกันภัยเอากำไรจากการลงทุน โดยเฉพาะจากตลาดหุ้น ไปโปะผลขาดทุนจากการรับ ประกันภัย เนื่องจากการแข่งขันตัดราคาเบี้ย ประกันภัย เพื่อให้ได้เบี้ย ประกันภัย เข้าบริษัท

     "ใครที่มีพอร์ตลงทุนในหุ้นขาดทุนหมด สมมติในการลงทุน 100% มีลงทุนในหุ้นอยู่ 30% จะขาดทุนในหุ้นไปประมาณ 60% อีก 40% ที่เหลือเป็นกำไรที่ได้จากดอกเบี้ยที่ต่ำมาก แค่ 2-3% ที่ผ่านมาบริษัท ประกันภัย สามารถขาย ประกันภัย ในราคาเบี้ยต่ำได้ เพราะเอาเบี้ย ประกันภัย ที่ได้ ไปลงทุนหากำไรจากหุ้น ซึ่งได้กำไรมาอุ้มอยู่ ทำให้ขายเบี้ย ประะกันภัย ต่ำต่อไปได้เรื่อยๆ พอมาเจอสถานการณ์แบบนี้ลำบาก ในไตรมาสสองนี้ จะเห็นการขาดทุนในหุ้นเยอะมาก"

     อีกภาพที่จะเห็นในช่วงครึ่งปีหลัง คือการเติบโตของธุรกิจประกันวินาศภัย จะเริ่มอืดในช่วงไตรมาสสามและสี่ เทียบกับไตรมาส 1 เติบโต 20% ไตรมาส 2 ยังเติบโตดีอยู่ เนื่องจากเบี้ย ประกันภัยรถยนต์ เริ่มลดลง เพราะยอดขาย รถยนต์ ใหม่ถดถอย หลังจากปีที่ผ่านมาได้อานิสงส์จากโครงการ รถยนต์ คันแรกมาก

ส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าในโครงการ รถยนต์ คันแรก ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ ขนาดเล็ก รถยนต์ อีโคคาร์ หรือแม้กระทั่ง รถยนต์ หรู เริ่มทิ้ง รถยนต์ เนื่องจากผ่อนค่างวดไม่ไหว เพราะมีภาระอย่างอื่นด้วย อาทิผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโดฯ ส่งผลกระทบมาถึงการต่ออายุ ประกันภัยรถยนต์ ขาดการต่ออายุมากขึ้น ทำให้เบี้ย ประกันรถยนต์ ส่วนนี้หายไป ซึ่งจะกระทบต่อเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งระบบ เนื่องจาก ประกันภัยรถยนต์ มีสัดส่วนมากที่สุดในธุรกิจประกันวินาศภัย

     ยิ่งกว่านั้น ยังมีปัจจัยเศรษฐกิจชะลอตัว เช่นเดียวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กระทบกับกำลังซื้อ ประกันภัย ในช่วงครึ่งปีหลัง จะเห็นบริษัท ประกันภัย ปรับเบี้ย ประกันรถยนต์ เพิ่มขึ้น นอกจากจะมาจากกำไรจากการลงทุนในหุ้นลดลงแล้ว ยังมาจากความเสียหาย หรืออัตราสินไหมทดแทน (Loss Ratio) รถยนต์ ขนาดเล็กกลุ่มนี้ อยู่ในระดับที่สูงมาก ขาดทุนจากการรับ ประกันภัย โดยอัตราความเสียหายรวม (คอมไบน์เรโช) เกิน 100% ซึ่ง 1 ปีให้หลัง ความเสียหายเริ่มโผล่ชัดเจนมากขึ้น บวกกับกำไรลงทุนลดลงไปมาก ไม่ดีเหมือนแต่ก่อน คาดว่าจะเห็นการขึ้นเบี้ย ประกันภัยรถยนต์ ไม่ต่ำกว่า 5-10%

      "ที่ผ่านมาบริษัทตรึงราคาเบี้ย ประกันภัย เดิมได้อยู่ เพราะเอาเงินไปเล่นหุ้นได้กำไร สมมติได้เบี้ยมา 100 บาท เจอคอมไบน์เรโช 100% ยังอยู่ได้ เพราะถ้าเอาเงินไปเล่นหุ้นได้กำไร 10% เท่ากับ 40 บาท แม้คอมไบน์เรโชขยับขึ้นไปถึง 120% ก็ยังมีกำไรเหลือ 20 บาท หลายคนจึงไม่ได้สนใจเรื่องคอมไบน์เรโช ไม่สนใจจะมีกำไรจากการรับ ประกันภัย หรือไม่ เพราะเมื่อเอาผลประกอบการจากการลงทุน มาหักลบกันแล้ว ยังมีกำไรอยู่"

      เชื่อว่าการปรับเบี้ยป ระกันภัยรถยนต์ เพิ่มขึ้นรอบนี้ จะมีหลายบริษัทขยับ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทอึดได้มากแค่ไหน บางบริษัทอาจจะไม่อยากเป็นผู้นำ รอดูบริษัทอื่นก่อน โดย รถยนต์ อีโคคาร์ และซิตี้คาร์ จะเป็นกลุ่มแรกที่ถูกปรับขึ้น ไม่ใช่เฉพาะในโครงการ รถยนต์ คันแรก แต่เป็น รถยนต์ ทั่วไปที่วิ่งอยู่ในท้องตลาด เพราะเท่าที่เห็นจากอู่ซ่อมในขณะนี้ รถยนต์ ที่จอดรอซ่อมอยู่ส่วนใหญ่เป็น รถยนต์ ขนาดเล็ก แต่ละคันชนหนัก

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

 

ประชาสัมพันธ์โดย  ที่ปรึกษา ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ แหล่งรวมโปรโมชั่น ประกันรถยนต์ ดีๆ

edit @ 26 Dec 2013 14:20:24 by l3roker

Comment

Comment:

Tweet