goldd

สมาคมค้าทองคำต่อสู้จนบริษัทประกันภัย อนุญาตให้ร้านทองมาทำประกันภัย ได้ ค่าเบี้ยประกันภัย ก็ไม่แพง

     ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายปล้นร้านทองไปแล้วทั่วประเทศอยู่หลายครั้ง ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาราคาทองจะต่ำลง แต่ทองคำก็ยังคงมีค่าอยู่ทุกเมื่อ โดยเฉพาะกับมิจฉาชีพ ขณะที่การก่อเหตุระยะหลังๆ กลุ่มคนร้ายเริ่มเบี่ยงเบนเป้าหมายเล็งร้านทองที่ตั้งอยู่ในห้างมากขึ้น เช่น ร้านทองชื่อ ออโรร่า ตั้งอยู่บนชั้นใต้ดินภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ลาดพร้าว ถูกโจรร้ายมาลูบคมชักปืนขู่พนักงานในร้าน แล้วรวบเอาทองรูปพรรณนับพันบาทหลบหนีไป ก่อนที่ตำรวจจะตามจับกุมตัวได้ในที่สุด หรือแม้แต่ร้านทองออโรร่า สาขาบิ๊กซี มีนบุรี เมื่อปลายปี 2554 ก็มีคนร้ายสองคนบุกปล้น พร้อมยิงสวนตำรวจตระเวนชายแดนนายหนึ่งที่เข้ามาระงับเหตุการณ์พอดี หรืออีกแห่งเพื่อให้เห็นภาพ คือ ร้านทองในห้างบิ๊กซี แจ้งวัฒนะ ท้องที่ สภ.ปากเกร็ด ก็ถูกปล้นหนีหายลอยนวลเช่นกัน เอาง่ายๆ ว่าร้านทองออโรร่า สาขาบิ๊กซี ลาดพร้าว ก็ถูกปล้นไปแล้วถึง 3 ครั้งในรอบ 4 ปี

     ทิศทางการก่อเหตุ เหมือนคนร้ายจะพุ่งเป้ามายังร้านทองที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ด้วยสาเหตุอย่างไร คนที่รู้ดีที่สุดน่าจะหนีไม่พ้น นายกสมาคมค้าทองคำที่บอกว่า ต้องเข้าใจว่าร้านทองคำในห้างสรรพสินค้า การดูแลความปลอดภัยเป็นไปได้ยาก เพราะการดูแลทางร้านก็ฝากความหวังไว้กับ รปภ.ของห้าง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่หากเกิดเหตุขึ้นมา รปภ.จะกล้าเข้าแลก ดูแลให้กับร้านทอง

     อีกทั้งทำเลที่ตั้งของแต่ละร้าน โดยเฉพาะในห้างส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้ประตูทางเข้าออก คนร้ายมักจะเลือกร้านทองที่ตั้งอยู่แบบนี้ลงมือ อีกทั้งบางห้างก็ไม่มีการแลกบัตรรถเข้าออกในห้าง การตรวจสอบก็เป็นไปได้ยาก จะได้ข้อมูลก็เพียงแค่กล้องวงจรปิดจากทางร้านเท่านั้น

     “ปัญหามันเยอะ ถึงแม้ว่าหลายครั้งตำรวจจะตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ แต่ทองคำก็เสียหาย หรือได้มาไม่ครบ”

เหมือนกับว่าทางออกในการดูแลทรัพย์สินของทางร้านทองจะไม่มี แต่มีข้อแนะนำที่ร้านทองแต่ละแห่ง โดยเฉพาะที่วางจำหน่ายในห้าง จำเป็นต้องทำคือ การ ประกันภัย

     “ต้องทำ ประกันภัย ทองคำ ที่ผ่านมาสมาคมค้าทองคำต่อสู้จนบริษัท ประกันภัย อนุญาตให้ร้านทองมาทำ ประกันภัย ได้ ค่าเบี้ย ประกันภัย ก็ไม่แพง ตกปีละ 45 หมื่นบาท เทียบกับการประกันทองคำที่มีมูลค่าสูงถึง 45 ล้านบาท มันคุ้มกว่ากันเยอะ”

     กรมธรรม์ ประกันภัย ร้านทอง มีอยู่ 3 รูปแบบ คือ

 1. ความเสียหายต่อทองคำ

 2. ความเสียหายต่อองค์กร อุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง และ

 3. ผลประโยชน์ต่อชีวิต และกลุ่มร้านทองคำที่ตั้งอยู่ในห้าง แต่หากเป็นไปตามเงื่อนไข 4 ข้อ คือ ที่ตั้งร้านอยู่ในห้างสรรพสินค้า มีตำรวจ หรือ รปภ.เฝ้าเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ชั่วโมง มีสัญญาณแจ้งเหตุที่เชื่อมไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่ และมีกระจกนิรภัย หรือลูกกรงป้องกัน ก็จะได้รับส่วนลดเบี้ย ประกันภัย ยกตัวอย่าง หากเอา ประกันภัย 3 ล้านบาท ก็จะจ่ายเบี้ย ประกันภัย เพียง 33,058.72 บาทต่อปี หรือวันละ 91 บาทเท่านั้น

     “แน่นอนว่าการทำ ประกันภัย มันคุ้มกว่าไปจ้าง รปภ.ส่วนตัว ที่ต้องจ่ายปีนึงก็เป็นแสนบาท หรือการติดตั้งกรงเหล็กกั้นระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อคนจะมาปล้น ทำอย่างไรเขาก็ปล้นได้ หรือแม้แต่อบรมยิงปืนเพื่อป้องกันตัวเองและทรัพย์สิน ก็ไม่ใช่ทางออกที่ดี ผมว่าทำ ประกันภัย เป็นทางออกที่ดีที่สุด”

     แต่ถึงแม้จะเป็นทางออกที่ดี แต่ก็ยอมรับว่า กลุ่มร้านทองหลายแห่ง ยังละเลยไม่ยินดีที่จะทำ ประกันภัย เหมือนกับว่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ขณะที่ฝ่ายตำรวจซึ่งต้องดูแลรับผิดชอบป้องกันปราบปรามเป็นงานหลัก ก็มีนโยบายออกมาเพื่อให้ร้านทองพึงปฏิบัติและเฝ้าระวังเอาไว้ ในส่วนของตำรวจก็จะเพิ่มกำลังสายตรวจให้ออกตระเวน ดูแลความปลอดภัยให้กับร้านทองมากยิ่งขึ้น

     ทางออกสำหรับเหล่าบรรดาร้านทอง ดูเหมือนจะน้อยนิด แต่ทางออกที่นายกสมาคมค้าทองคำว่าเอาไว้ ก็ดูจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในเวลานี้ ที่น่าจะนำไปปฏิบัติมากที่สุด

“ถ้าเขามาก็ให้เขาไปเถอะ ห่วงชีวิตตัวเองไว้ก่อนเป็นดีกว่า ทรัพย์สินมีค่าเป็นของนอกกาย อย่าไปสู้ ถ้าเขาเอาไปแล้ว ก็ปล่อยให้หน้าที่เป็นของตำรวจที่จะจับกุม”

ที่มา : โพสต์ทูเดย์

 

 ประชาสัมพันธ์  ที่ปรึกษา ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ แหล่งรวมโปรโมชั่น ประกันรถยนต์ ดีๆ

edit @ 26 Dec 2013 14:42:03 by l3roker

Comment

Comment:

Tweet