news

 ประชาสัมพันธ์โดย ที่ปรึกษาประกันภัยรถยนต์ แหล่งรวมโปรโมชั่นประกันรถยนต์

Q4Car ตลาดรถ แหล่งรถยนต์มือสอง รับฝากขาย รถมือสอง ฟรี

37-1

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)หรือ BKIเผยการเตรียมความพร้อมรองรับกับสถานการณ์จากเหตุชุมนุมที่จะเริ่มต้นในวันที่ 13 มกราคม 2557 โดยบริษัทฯ ได้ประเมินสถานการณ์ว่า ปัญหาในเบื้องต้นคงจะเป็นปัญหาจากการที่พนักงานส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้ามาทำงานที่สำนักงานใหญ่ได้ เนื่องจากสำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ ตั้งอยู่ที่ถนนสาทรใต้ ซึ่งหากมีการชุมนุมโดยปิดล้อมบริเวณแยกสีลมสาทรหรือลุมพินี ก็อาจส่งผลกระทบทำให้ให้พนักงานบางส่วนไม่สามารถมาทำงานได้ แต่เชื่อว่าพนักงานส่วนใหญ่ยังสามารถเข้ามาได้อยู่ ด้วยการเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน ทางสถานีรถไฟฟ้าลุมพินีหรือรถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง

ในขณะที่ถ้าเกิดกรณีที่พนักงานเดินทางมาทำงานที่สำนักงานใหญ่ไม่ได้นั้นบริษัทฯ ก็ได้เตรียมแผนสำรองไว้ คือแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) โดยใช้สำนักงานสาขาที่อยู่บริเวณรอบนอกซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากจุดชุมนุมให้เป็นสถานที่ทำงานแทน ได้แก่ สาขาพัฒนาการ สาขากาญจนาภิเษก สาขารังสิต และสาขาลาซาล โดยลักษณะงานที่ต้องให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ได้แก่ ศูนย์บริการรับแจ้งอุบัติเหตุ โทร.1620 ซึ่งกำหนดสถานที่ทำงานไว้ที่สาขาพัฒนาการโดยแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจนี้ บริษัทฯ ได้มีการนำมาใช้ในครั้งที่เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองเมื่อปี 2553 และเมื่อปี 2554 ที่ได้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่

ทั้งนี้ สำหรับการเตรียมความพร้อมในขั้นตอนถัดไปในกรณีที่หากเกิดเหตุความวุ่นวายหรือมีความรุนแรงมากขึ้น แล้วมีการตัดระบบสาธารณูปโภคเช่นระบบไฟฟ้า หรือการที่เครื่องสำรองไฟที่ต้องใช้น้ำมันในการสำรองไฟของอาคารไม่เพียงพอ เพราะไม่สามารถที่จะซัพพลายน้ำมันได้จากการที่ระบบการขนส่งหยุดชะงักไป ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ก็จะทำให้ระบบไฟในอาคารสำนักงานใหญ่ใช้งานไม่ได้ Server ก็จะใช้งานไม่ได้เช่นกัน กรณีดังกล่าวนี้บริษัทฯ จะใช้ศูนย์ Data Center สำรองที่เตรียมไว้ซึ่ง Data Center ที่เตรียมไว้นั้นไม่ได้อยู่ในแหล่งที่จะเกิดความรุนแรงจากการชุมนุม ซึ่งบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าลูกค้าของกรุงเทพประกันภัยจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ในการรับบริการ เว้นแต่หากไม่สามารถทำงานได้ตามปกติก็อาจจะทำให้การบริการลูกค้าเกิดความล่าช้าไปบ้าง

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ ติดต่อได้ที่ 1620 ตลอด 24 ชั่วโมงและสามารถติดต่อทำประกันภัยได้ที่ สำนักงานสาขาต่างๆ และBKI Care Station จุดบริการประกันภัยในห้างสรรพสินค้า ได้ที่ 1 สำนักงานสาขาที่สามารถให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ด้านนายโชติพัฒน์ พีชานนท์ ประธานกรรมการบริหาร อาคเนย์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงิน ชี้แจงว่า จากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองในระยะนี้ คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของบริษัท แต่ทั้งนี้อาคเนย์ก็ได้เตรียมแผนรองรับให้การดำเนินธุรกิจดำเนินได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการใช้บริการของบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และบริษัท อาคเนย์แคปปิตอล จำกัด ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากการใช้บริการ โดยลูกค้าสามารถใช้บริการได้ตามปกติทั้งที่สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม และสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ หากสาขาใดไม่สามารถเปิดให้บริการได้ ลูกค้าสามารถใช้บริการที่สาขาใกล้เคียงทั้งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด หรือสามารถติดต่อศูนย์ดูแลลูกค้า โทร. 1726 (วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30-17.00 น.) และศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุ โทร.0-2267-7777

นอกจากนี้ อาคเนย์ยังได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของพนักงาน จึงได้เตรียมศูนย์สำรองพร้อมที่พักในต่างจังหวัดเพื่อให้พนักงานที่เกี่ยวข้องกับระบบงานหลักของธุรกิจสามารถเดินทางไปปฏิบัติงานได้ ส่วนพนักงานสนับสนุนทั่วไปหากเหตุการณ์วิกฤติไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ ก็จะอนุญาตให้ทำงานจากที่บ้าน พร้อมกันนี้ได้จัดเตรียม เจ้าหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานราชการ และสำนักงาน คปภ. ไว้ด้วยเช่นกันเพื่ออำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้ทันท่วงที จากมาตรการดังกล่าว จึงมั่นใจว่าอาคเนย์จะสามารถให้บริการลูกค้าได้ตามปกติ

 

 ประชาสัมพันธ์โดย ที่ปรึกษาประกันภัยรถยนต์ แหล่งรวมโปรโมชั่นประกันรถยนต์

Q4Car ตลาดรถ แหล่งรถยนต์มือสอง รับฝากขาย รถมือสอง ฟรี

92002
 
 
    ผู้คนส่วนใหญ่ต่างมีความหวังจะมีชีวิตยืนยาวหรืออย่างน้อยก็ตามอายุขัย เพื่อได้ทำในสิ่งที่อยากทำหรืออยู่กับผู้ซึ่งเป็นที่รัก แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือความไม่แน่นอนของชีวิต  คงไม่มีใครรู้ล่วงหน้าได้ว่า ตนจะมีชีวิตอยู่ถึงเมื่อใด และจะมีเหตุร้ายหรือโรคร้ายใดๆมาตัดทอนให้ชีวิตต้องสิ้นสุดลงก่อนเวลาอันควร

     การหาหลักประกันให้แก่คนที่เรารักและเป็นห่วงซึ่งยังอยู่ข้างหลังให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ จึงกลายเป็นที่นิยมและกลายเป็นธุรกิจที่เรียกว่า ธุรกิจประกันภัยซึ่งมีทั้งการประกันวินาศภัยหรืออุบัติเหตุ และการประกันชีวิต

     รูปแบบการรับประกันภัย ทั้งประกันอุบัติเหตุและประกันชีวิต ปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้น ครอบคลุมทุกช่วงชีวิตผู้ทำประกันตั้งแต่วัยเด็ก วัยทำงาน จนถึงวัยชรา  ซึ่งแม้รูปแบบหลากหลาย แต่หลักการสำคัญที่มีอยู่ตลอดมาของการทำประกันภัย โดยเฉพาะการประกันชีวิต ก็คือ การตรวจสุขภาพ และการเปิดเผยหรือแถลงความจริงเกี่ยวกับสุขภาพของผู้เอาประกันต่อผู้รับประกันภัย เพราะผู้รับประกันจะนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสุขภาพของผู้ที่ต้องการทำประกันไปพิจารณาเพื่อตัดสินใจจะรับประกันหรือไม่  หรือถ้ารับประกันจะมีเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร การที่ผู้ทำประกันละเว้นไม่เปิดเผยความจริง หรือแถลงเกี่ยวกับสุขภาพตนเองเป็นเท็จ อาจทำให้สัญญาประกันภัยที่ทำ ไม่มีผลผูกพันผู้รับประกัน และเป็นเหตุที่จะไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ ตามมาตรา 865 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

     ปัจจุบันมีบริษัทประกันบางรายที่รับประกันชีวิตโดยมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้สูงอายุ (ระหว่างอายุ 55-70 ปี) โดยการนำเสนอโฆษณาซึ่งใช้ดาราและพิธีกรรุ่นใหญ่ที่เริ่มเข้าสู่วัยผู้สูงอายุเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อที่จะสื่อไปถึงกลุ่มลูกค้าผู้สูงอายุพร้อมกับเสนอจุดขายที่สำคัญคือ การไม่ต้องตรวจสุขภาพ

     ข้อเสนอหรือจุดขายที่บริษัทประกันภัยดังกล่าวได้นำเสนอนั้น หากมองเพียงผิวเผินอาจจะทำให้ผู้ทำประกันเข้าใจผิดว่า บริษัทประกันไม่ถือเรื่องสุขภาพเป็นสาระสำคัญในการทำสัญญาประกัน ดังนั้น แม้ผู้ทำประกันจะรู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคสำคัญ เช่น โรคหัวใจ  มะเร็ง จึงไม่ได้แจ้งให้บริษัทผู้รับประกันทราบ  เนื่องจากไม่ต้องตรวจสุขภาพมาแต่ต้น และเมื่อกรอกแบบสอบถามที่ให้แถลงว่า ผู้ทำประกันมีสุขภาพดีหรือไม่ ก็จะตอบคำถามไปว่า ตนเองมีสุขภาพดี จนทำให้มีการรับประกันชีวิตในที่สุด
     ความเข้าใจของผู้ทำประกันดังกล่าว และการแถลงเกี่ยวกับสุขภาพของตนไปว่า  มีสุขภาพดีทั้งที่ความจริงอาจป่วยเป็นโรคสำคัญ อันเนื่องจากการไม่ได้ตรวจสุขภาพก่อนทำสัญญาประกันชีวิตนั้นถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้ทำประกันอย่างมาก เพราะเมื่อถึงเวลาที่ผู้ทำประกันหรือผู้รับประโยชน์จะเรียกร้องความคุ้มครองหรือค่าสินไหมทดแทน บริษัทผู้รับประกันอาจปฏิเสธที่จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมาย โดยอ้างว่าผู้ทำประกันทำสัญญาประกันชีวิต ละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริง หรือรู้อยู่แล้วแถลงข้อความเกี่ยวกับสุขภาพเป็นเท็จ
     ดังนั้น แม้ผู้เอาประกันสนใจและต้องการทำประกันชีวิตแบบไม่ต้องตรวจสุขภาพ ตามที่บริษัทโฆษณาไว้  แต่ถ้าทราบเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของตนเอง ก็ต้องแจ้งหรือแถลงความจริงต่อบริษัทประกันว่า ตนเป็นโรคอะไรอยู่ก่อนทำประกัน เพื่อให้บริษัทประกันพิจารณาได้ว่าจะรับประกันหรือไม่  เนื่องจากปัจจุบัน ข้อมูลของผู้ทำประกันที่บริษัทประกันต่างๆปฏิเสธการรับประกัน ตลอดจนข้อมูลสุขภาพและประวัติการรักษาที่โรงพยาบาลหรือคลีนิกก่อนทำสัญญาประกัน เป็นข้อมูลที่รับรู้กันได้หมด บริษัทประกันต่างๆสามารถตรวจสอบและนำหลักฐานเกี่ยวกับการรักษามาใช้ยันกับผู้ทำประกันได้ ผู้ทำประกันจึงควรเป็นฝ่ายที่เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับสุขภาพ แถลงต่อบริษัทประกันเสียก่อน เพื่อให้บริษัทประกันได้เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะรับประกันหรือไม่

     เมื่อหันมามองด้านบริษัทประกัน แม้การใช้กลยุทธ์ไม่ต้องตรวจสุขภาพมาาเป็นจุดขาย จะไม่ถือเป็นสิ่งที่ผิด แต่บริษัทประกันก็ควรต้องประชาสัมพันธ์หรือบอกกับทางผู้ที่ต้องการทำประกันเกี่ยวกับการเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับสุขภาพ ตลอดจนผลที่จะเกิดขึ้นของการไม่เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับสุขภาพด้วย  เพื่อให้ผู้ที่สนใจจะทำประกันมีความเข้าใจที่ถูกต้อง มิใช่มุ่งใช้กลยุทธ์ด้านโฆษณาเพียงเพื่อดึงลูกค้าให้มาทำประกันกับตนให้มากที่สุดเท่านั้น

     ในส่วนหน่วยงานขฐที่ดูแลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจประกันภัยได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ก็ควรเข้ามามีส่วนให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้แก่ประชาชนให้มากขึ้น  เพื่อให้ผู้ประสงค์จะทำประกันชีวิตเข้าใจว่า แม้เป็นการทำประกันชีวิตโดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ  แต่ก็ต้องแจ้งหรือเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับสุขภาพต่อบริษัทประกัน  ถ้ารู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคสำคัญอยู่ก่อน เพื่อที่ผู้ทำประกันจะได้ไม่หลงจ่ายเบี้ยประกันไปจำนวนมากแล้ว แต่เมื่อถึงคราวที่จะขอรับความคุ้มครองกลับไม่สามารถเรียกร้องความคุ้มครองหรือค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันได้

     นอกจากการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยภายในประเทศไทยเองแล้ว อนาคตอันใกล้ในปี ค.ศ. 2015 หรือพ.ศ. 2558 จะมีการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ธุรกิจประกันภัย ซึ่งเป็นภาคบริการได้ถูกกำหนดให้ต้องเปิดเสรีด้วย ย่อมส่งผลให้บริษัทประกันภัยต่างชาติเข้ามาแข่งขันให้บริการในประเทศไทยมากขึ้น กลยุทธ์ด้านการตลาดและการโฆษณาที่กล่าวมาข้างต้นและในรูปแบบอื่นๆจะถูกนำมาใช้เพื่อดึงลูกค้า คปภ. จึงยิ่งต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้นด้วย การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการทำประกันรูปแบบต่างๆให้กับประชาชนเพื่อเป็นการคุ้มครองและป้องกันไม่ให้ผู้ใช้บริการคนไทยต้องเสียเปรียบจากการให้บริการของบริษัทประกันต่างชาติได้

 

ผู้เขียน : รุจิระ  บุนนาค

 

ประชาสัมพันธ์โดย ที่ปรึกษาประกันภัยรถยนต์ แหล่งรวมโปรโมชั่นประกันรถยนต์

Q4Car ตลาดรถ แหล่งรถยนต์มือสอง รับฝากขาย รถมือสอง ฟรี

 

home_insurance

     การประกันภัยบ้านเป็นอีกหนึ่งวิธีในการป้องกันทรัพย์สินที่คุณรัก ประกันภัยบ้าน ะชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านของคุณ และสิ่งที่อยู่ภายในบ้าน นอกจากนี้สามารถชดใช้ค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบุคคลอื่นหากเขาเหล่านี้ได้รับบาดเจ็บจากทรัพย์สินของคุณ

     การประกันภัยบ้านสามารถสรุปออกเป็น 2 หัวข้อสำคัญ คือ ความคุ้มครอง และระดับหรือมูลค่าของความคุ้มครองที่เหมาะสม เจ้าของบ้านที่กู้ซื้อบ้านมักจะเข้าใจว่าประกันที่ทางธนาคารหรือสถาบันการเงินบังคับให้ท่านซื้อ จะครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในบ้านท่านได้ แต่ความเป็นจริงแล้วผู้ให้ท่านกู้ยืมเงินต้องการปกป้องเพียงแต่ตัวอาคารบ้านเรือนเท่านั้น ดังนั้น สิ่งสำคัญคือคุณต้องดูความต้องการของคุณเป็นหลักว่าอยากจะปกป้องทรัพย์สินประเภทไหนบ้าง


   ประกันภัยบ้านป้องกันมากกว่าแค่บ้านของคุณ

     การตัดสินใจซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งสำคัญในชีวิต หากปราศจากการประกันภัยบ้านอาจนำมาซึ่งการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ลองนึกถึงภาพเหตุการณ์ เหล่านี้ที่อาจเกิดขึ้นกับคุณหรือคนที่คุณรัก

บ้านของคุณถูกไฟไหม้ ประกันภัยไม่ได้ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านคุณ เฟอร์นิเจอร์, เสื้อผ้า, และ เครื่องเสียงเครื่องโปรดของคุณ
เพื่อนบ้านถูกสุนัขของคุณกัด ได้รับบาดเจ็บ คุณถูกเรียกร้องค่าเสียหาย
พายุพัดต้นไม้บ้านคุณล้มทับหลังคาพัง ทรัพย์สินของคุณได้รับความเสียหาย
บ้านของคุณถูกงัด ทรัพย์สินมูลค่าหลายแสนบาทถูกขโมย

     ดังนั้นการประกันภัยบ้านสามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ให้คุณได้ ไม่เพียงแต่ตัวอาคารของบ้านที่คุณพักอาศัย แต่ยังครอบคลุมไปถึงทรัพย์สินที่คุณรัก อย่างไรก็ตาม หลายคนยังไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการประกันภัยและคิดว่าธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ท่านกู้ยืมเงินก็ได้บังคับให้ท่านเหล่านี้ซื้อประกันภัยไปแล้ว ซึ่งประกันเหล่านี้ครอบคลุมเฉพาะตัวบ้านและมูลค่าเท่ากับจำนวนเงินที่ท่านกู้ยืม 

โดยปกติแล้ว การซื้อประกันภัยบ้านควรครอบคลุม 3 สิ่งต่อไปนี้ คือ ตัวบ้านหรืออาคารที่คุณพักอาศัย ทรัพย์สินภายในบ้านของคุณ และบุคคลที่ 3 


1. ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านของคุณ
สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ประกันภัยบ้านทุกที่จะต้องมีให้คุณ เช่นในกรณีที่เกิดเหตุวินาศภัยกับ บ้านคุณ หรือภัยธรรมชาติ เช่น ไฟไหม้ หรือ น้ำท่วม
2. การสูญเสียทรัพย์สินภายในบ้าน
การประกันภัยบ้านสามารถที่จะช่วยป้องกันการสูญเสียทรัพย์สินของคุณได้ เช่นเฟอร์นิเจอร์ และเสื้อผ้า อย่างไรก็ตามหลายบริษัทประกันภัยจะมีการจำกัดขอบเขตราคาและประเภทของทรัพย์สินที่จะรับประกัน
3. การประกันภัยบุคคลที่ 3
เป็นการประกันภัยที่ปกป้องตัวคุณและคนในครอบครัว หรือถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากสิ่งของของคุณ ไปยังบุคคลอื่น

 ป้องกันสิ่งมีค่ากับการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ : บ้านของคุณ

โดยปกติประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องบ้านสามารถแยกได้หลายประเภท แต่มี 3 ประเภทที่เกี่ยวข้องกับบ้านของคุณ คือ ประกันภัยบ้าน ประกันภัยธุรกิจขนาดย่อม (โฮมออฟฟิศ) และประกันภัยสำหรับผู้เช่า

 ประกันภัยบ้าน
การซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต การประกันภัยบ้านจึงเป็นสิ่งที่ สำคัญเพราะคุ้มครองไม่เพียงแต่ตัวบ้านที่คุณอาศัย แต่ปกป้องถึงตัวคุณ คนในครอบครัว บุคคลอื่น และยังรวมถึงทรัพย์สินภายในบ้านอีกด้วย ดังนั้นการเลือกซื้อประกันควรเลือกซื้อประเภทที่ครอบคลุมถึงภัยต่างๆให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
 
 ประกันภัยธุรกิจขนาดย่อม
การประกันภัยที่คุ้มครองธุรกิจของคุณ จากภัยอันตรายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับบุคคลภายนอก และสถานประกอบการของคุณ
 
 ประกันภัยสำหรับผู้เช่า
ถ้าคุณคิดว่าการเช่าบ้าน หรือ อพาร์ทเม้นท์ ไม่จำเป็นจะต้องมีประกัน คุณอาจจะคิดผิด เพราะการประกันภัยชนิดนี้สามารถปกป้องการสูญเสียของทรัพย์สินของคุณได้ ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่เสื้อผ้าไปถึงเฟอร์นิเจอร์
 
ที่มา homedd.com